สมัครขับรถ Uber เค้าทำกันอย่างไร รายได้ดีไหม รถที่จะใช้ได้มีกี่ประเภท

บทความนี้จะให้ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนการสมัครขับรถ Uber วิธีการ ประเภทรถยนต์ รูปแบบการคิดรายได้ โบนัสบวกเพิ่มจากค่าโดยสาร ที่จะทำให้คุณมีรายได้มากขึ้นกว่าเดิม

จากปัญหาที่มากมายของบริการขนส่งสาธารณะในบ้านเราโดยเฉพาะในกรุงเทพ ทำให้ผู้ใช้บริการจำนวนมากหันหลังให้กับรถแท็กซี่แบบเก่า และหันมาใช้บริการรถรับส่งแบบใหม่ที่ไม่ต้องไปโบกรถให้เหนื่อยใจ ไม่ต้องถูกปฏิเสธจากคนขับ ไม่ต้องกังวลเรื่องมารยาท ไม่ต้องกังวลเรื่องการคิดค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรม เป็นต้น บริการรถรับส่งที่ถูกอย่างจะง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือของเราและระบบระบุตำแหน่งผ่านสัญญาณดาวเทียม GPS ผู้โดยสารสามารถเรียกรถได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอพฯ รู้ตำแหน่งและเวลาของรถที่จะมารับได้แน่นอน ทราบว่าคนขับเป็นใคร เห็นได้แม้กระทั่งหน้าคนขับก่อนที่เราจะใช้บริการด้วยซ้ำ หมดปัญหาเรื่องการปฏิเสธผู้โดยสารอย่างสิ้นเชิง คิดค่าโดยสารถูกต้องแน่นอนโดยชำระโดยตรงผ่านแอพฯ ได้เลย มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการในระดับค่อนข้างสูงเพราะผู้ขับจะต้องไม่มีประวัติอาชญากรมากก่อน เป็นต้น หนึ่งในผู้บุกเบิกระบบนี้ของโลกและของไทยก็คือ อูเบอร์ (Uber) โดยเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะเวลาหลายปีพอสมควรแล้ว และคนไทยก็ตอบรับ ใช้บริการ Uber เป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

สมัครขับรถ Uber แบบออนไลน์ได้ที่นี่ ทั้งสะดวกและรวดเร็วกว่าวิธีอื่นๆ เพียงกรอกชื่อ อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ และรหัสผ่านเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน Uber

ทำไมหลายๆ คนเลือกที่จะสมัครเป็นขับรถ Uber

ที่นี้มาพูดในมุมของคนขับบ้าง คนขับรถ Uber มีข้อได้เปรียบกว่าคนขับรถแท็กซี่แบบเดิมตรงที่ ไม่ต้องขับรถไปอย่างไรจุดหมายเพื่อหาผู้โดยสาร แอพพลิเคชั่น Uber จะระบุตำแหน่งใกล้เคียงของผู้โดยที่กำลังต้องการเรียกใช้บริการผ่านแผนที่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และเมื่อผู้โดยสารตกลงเรียกรถ ก็สามารถนัดไปรับได้ทันที นี่ทำให้คนขับรถ Uber ประหยัดต้นทุนกว่าคนขับแท็กซี่แบบเดิมทั้งเรื่องเวลาและค่าน้ำมันอย่างมาก อีกจุดเด่นอีกข้อที่ทำให้หลายๆ คนตัดสินใจมาขับรถ Uber รวมถึงหลายคนถึงขนาดลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ หันมาขับ Uber เป็นงานหลักเต็มเวลากันเลยทีเดียว ก็คือ แรงจูงใจเรื่องรายได้ ที่นอกจากจะได้จากค่าโดยสารจากผู้ใช้บริการแล้ว ทาง Uber ยังมีโบนัส จ่ายเพิ่มให้กับคนขับของตัวเองด้วย โดยจะมีการประกาศโครงสร้างและเป้าหมายให้ผู้ขับทำตามเพื่อให้ได้โบนัสตามที่กำหนด โครงสร้างและเป้าหมายของโบนัสนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นช่วงๆ ในลักษณะของโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับรถ Uber ออกไปให้บริการผู้โดยสารกันมากขึ้น เช่น กำหนดว่า ถ้าขับได้เกิน 10 รอบใน 1 สัปดาห์ ก็จะมีโบนัสบวกเพิ่มเข้ามาอีกนอกเหนือจากค่าโดยสารที่ได้รับ เป็นต้น ข้อดีอื่นๆ ก็ได้แก่ เป็นายตัวเอง ไม่มีเจ้านายมาค่อยสั่ง มีอิสระในการทำงาน จะขับรถ Uber เมื่อไรก็ได้ ขับมากขับน้อยก็แล้วแต่การตัดสินใจของเรา เป็นต้น

ที่ผ่านมาภาพลักษณ์บริการของ Uber สำหรับผู้โดยสารในประเทศไทยนั้น ถือว่าอยู่ในทางบวกนั้น ทำให้ธุรกิจนี้เติบโตและได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ และด้วยการที่ระบบเรียกรถรับส่งผ่านแอพพลิเคชั่นนี้จะเป็นเทรนด์ที่ประเทศไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยจะเข้ามาแทนรูปแบบการเรียกรถแบบเดิมๆ อย่างแน่นอน การเข้ามาสมัครขับรถ Uber ในวันไม่ว่าจะเป็นงานเสริมหรืองานหลักเต็มเวลา ก็เท่ากับว่า คุณจะมีรายได้ดีอย่างต่อเนื่องไปอีกนานอย่างแน่นอน

คุณสมบัติของผู้ที่สามารถสมัครขับรถ Uber

ผู้ที่สามารถสมัครและได้รับอนุญาตให้ขับรถ Uber ได้นั้นต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • ต้องเป็นคนไทยอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป
  • มีโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนที่สามารถรองรับการทำงานของแอพพลิเคชั่น Uber ได้และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาพร้อมใช้งาน
  • มีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลหรือสาธารณะก็ได้ (ณ ตอนที่เขียนบทความนี้ ผู้ขับยังไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่รถยนต์สาธารณะแต่อย่างไร แต่ในอนาคต หากมีกฎหมายออกมารองรับธุรกิจประเภทนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้)
  • ไม่มีประวัติอาชญากรรม
  • มีรถยนต์ที่มีอย่างน้อย 4 ที่นั่ง สำหรับนำมาขับให้บริการ Uber โดยรถยนต์นั้นต้องอยู่ในสภาพดีถึงดีเยี่ยมและอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี ทั้งนี้ต้องมีเอกสารจดทะเบียนรถยนต์ (ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของรถเอง) และใบต่อภาษีรถยนต์ประจำปีมาเป็นหลักฐานตอนยื่นเอกสารสมัครด้วย นอกจากนั้น ถ้าคุณเลือกขับ Uber Black รถยนต์ของคุณต้องเป็นรถระดับบน มีความหรูหรา และมีสมรรถนะตั้งแต่ 2,000 ซีซีขึ้นไป หากรถยนต์ของคุณเป็นรถขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ต้องเลือกขับ Uber X แทน ความแตกต่างระหว่าง Uber Black กับ Uber X จะกล่าวอีกครั้งในหัวข้อถัดไป

สมัครขับรถ Uber เค้าทำกันอย่างไร

การสมัครขับรถ Uber ทำได้หลากหลายวิธีขึ้นกับความสะดวกของแต่ละบุคคล บางคนอาจจะเลือกที่เดินทางไปยังสำนักงานของ Uber โดยตรง เพื่อกรอกใบสมัคร ข้อดีคือหากมีข้อสงสัยอะไรก็อาจจะได้พูดคุยสอบถามจากเจ้าหน้าที่ได้เลย แต่หากคุณต้องการความสะดวกมากกว่านั้น สามารถเลือกสมัครแบบออนไลน์ก็ได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เลือกวิธีนี้ ซึ่งแม้ว่าอาจจะไม่ได้เจอหน้าเจ้าหน้าที่ Uber เพื่อพูดคุยสอบถาม แต่บนเว็บไซต์ของ Uber ก็มีข้อมูลมากมายให้คุณได้ศึกษาอยู่ รวมถึงบทความนี้เอง ที่เมื่อคุณอ่านจนจบก็จะเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับ Uber ได้พอสมควร หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมอีก คุณอาจจะค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก็ได้ซึ่งก็มีบทความต่างๆ มากมายให้เลือกศึกษากัน หรืออาจจะโทรศัพท์ไปยังสำนักงาน Uber เพื่อปรึกษาก็ย่อมได้

สมัครขับรถ Uber แบบออนไลน์ได้ที่นี่ ทั้งสะดวกและรวดเร็วกว่าวิธีอื่นๆ เพียงกรอกชื่อ อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ และรหัสผ่านเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน Uber

หลังจากคุณสมัครเสร็จแล้ว คุณจะต้องส่งหลักฐานเอกสารยืนยันตัวตนและเอกสารข้อมูลของรถยนต์ที่จะใช้ขับ ซึ่งสามารถทำได้โดยการอัพโหลดไฟล์เอกสารผ่านทางบัญชีผู้ใช้ Uber ที่คุณได้สมัครไว้นั่นเอง ขั้นตอนต่อมา คุณจะได้รับการติดต่อจาก Uber เพื่อเข้ารับการตรวจเช็ครถยนต์ที่ต้องการนำไปขับ Uber รวมถึงต้องผ่านการอบรมจากทาง Uber ด้วย และเพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณไม่มีประวัติอาชญากรรม คุณจะต้องไปขอใบรับรองประวัติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย

เอกสารที่ใช้ประกอบการสมัครขับรถ Uber

  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลหรือสาธารณะ
  • เอกสารจดทะเบียนรถยนต์ (ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเป็นเจ้าของรถเอง)
  • ใบต่อภาษีรถยนต์ประจำปี

เราจะเลือกสมัครขับรถ Uber Black หรือ Uber X ดี

จากที่กล่าวข้างต้น คุณสมบัติสำคัญข้อหนึ่งของคนที่จะมาสมัครขับรถ Uber ก็คือ ต้องมีรถยนต์ 4 ที่นั่ง ที่อยู่ในสภาพดีถึงดีเยี่ยม อายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี นอกจากนั้น ความหรูหราและสมรรถนะของรถยนต์ก็ยังถูกจัดประเภทการให้บริการด้วย ทำให้ผู้ขับจะมีรายได้ที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทดังนี้

  • Uber Black เป็นบริการรถรับส่งของ Uber ในระดับหรูหรา รถยนต์ที่สามารถเข้ามาให้บริการได้ต้องเป็นรถซีดานระดับบน 4 ที่นั่ง มีสมรรถนะสูงเครื่องยนต์อย่างน้อย 2,000 ซีซีขึ้นไป มีสภาพทั้งตัวรถและภายในห้องผู้โดยสารที่ดีเยี่ยม ตัวอย่างรถยนต์ที่ให้บริการ Uber Black เช่น Toyota Camry, Honda Accord, Nissan Teana เป็นต้น สำหรับรายได้ของผู้ขับ Uber Black นั้นก็จะค่อนข้างสูงกว่าทั่วไป เนื่องจากเป็นบริการที่เจาะตลาดผู้โดยสารระดับบน ที่นอกจากจะมีลูกค้าคนไทยแล้ว ลูกค้าชาวต่างประเทศที่มีกำลังทรัพย์ก็นิยมเรียกใช้ Uber Black นี้
  • Uber X เป็นบริการรถรับส่งของ Uber ในระดับทั่วไป ถ้ารถยนต์ของคุณเป็นรถ 4 ที่นั่งอีโคคาร์หรือรถระดับกลางๆ ไม่ถึง 2,000 ซีซี คุณก็ต้องสมัครขับ Uber X นี้ เช่น Toyata Vios, Honda Civic, Nissan March, Mitsubishi Mirage เป็นต้น ในส่วนของค่าตอบแทนสำหรับคนขับก็จะอยู่ในระดับที่น้อยกว่า Uber Black อยู่พอสมควร เนื่องจากมีความหรูหราและราคารถยนต์ที่ต่ำกว่านั่นเอง แต่ก็ยังถือว่าน่าพอใจสำหรับหลายๆ คน เพราะมีโบนัสจากทาง Uber เข้ามาเพิ่มให้ด้วย นอกจากนั้น ยังหาฐานผู้โดยสารที่กว้างกว่าด้วย เพราะผู้โดยสารส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนไทย นิยมเลือกใช้บริการ Uber X มากกว่า Uber Black เพราะราคาที่ถูกกว่า และเนื่องจากมีจำนวนผู้ให้บริการที่มากกว่า การเข้าถึง Uber X จึงง่ายกว่า นั่นเอง เชื่อได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่อยากสมัครเป็นขับ Uber ก็มีรถอีโคคาร์หรือไม่ก็รถระดับกลางกันอยู่แล้ว Uber X จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคนส่วนใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย

เข้าใจเรื่องรายได้ก่อนก่อนสมัครขับรถ Uber

แน่นอนสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนที่ต้องการเข้ามาสมัครขับรถ Uber ก็คือ รายได้ที่ดีกว่าเดิมหรือมีรายได้เสริมที่เป็นกอบเป็นกำ แต่ก่อนจะมีรายได้ตามที่หวังไว้ คุณควรทำความเข้าใจรูปแบบการคิดรายได้ให้กับผู้ขับรถ Uber กันก่อน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมาก จะได้คำนวณหรือวางแผนคร่าวๆ ได้ว่าเราควรทำงานมากน้อยเพียงไรถึงจะถึงจุดมุ่งหมายตามที่ต้องการ เมื่อคุณขับรถ Uber รายได้ที่ผู้โดยสารจ่ายผ่านแอพพลิเคชั่นมา จะถูกหัก 25% ให้แก่บริษัท Uber (แต่เดิมจะเป็น 20%) และสำหรับ 75% ที่เหลือผู้ขับก็จะได้รับไป หากมามองที่ค่าบริการที่ผู้โดยสารสามารถว่าจ้างรถ Uber ได้ โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบด้วยกัน คือ

ค่าบริการรถ Uber แบบปกติ

ก่อนการสมัครเป็นคนขับ Uber คุณควรทำความเข้าใจรูปแบบการคิดค่าบริการของ Uber เพราะค่อนข้างมีรายละเอียดพอสมควร และเนื่องจากรายได้ค่าบริการจากผู้โดยสารไม่ได้จ่ายตรงมาที่คนขับ แต่จะจ่ายไปยัง Uber ก่อน โดยผ่านทางการชำระด้วยแอพพลิเคชั่น แล้วคนขับก็ค่อยไปเปิดดูบนแอพพลิเคชั่นว่าตอนนี้มีรายได้รวมเท่าไรแล้ว ตรงจุดนี้เองที่มีการแสดงผลได้รายรับและเงินที่ถูกตัดออกไปโดย Uber ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ค่อนข้างซับซ้อนในระดับหนึ่ง

1. ค่าโดยสาร

รายได้ของคนขับรถ Uber หลักๆ ก็จะมาจากส่วนนี้ สามารถสรุปตัวอย่างค่าโดยสารได้ดังนี้

Uber X
ค่าบริการเริ่มต้น (25 บาท) + ค่าบริการต่อระยะทาง (4.50 บาท / กิโลเมตร) + ค่าบริการต่อนาที (1.00 บาท / นาที) = ค่าโดยสารรวม หากมีการยกเลิกการใช้บริการ ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการยกเลิก 45 บาทต่อครั้ง

Uber Black
ค่าบริการเริ่มต้น (50 บาท) + ค่าบริการต่อระยะทาง (14 บาท / กิโลเมตร) + ค่าบริการต่อนาที (2.50 บาท / นาที) = ค่าโดยสารรวม หากมีการยกเลิกการใช้บริการ ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการยกเลิก 75 บาทต่อครั้ง

หมายเหตุ
ราคาค่าโดยสารที่ระบุข้างต้นนี้ เป็นราคาเพียงตัวอย่างเท่านั้น ปัจจุบันราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

2. ค่าปรับราคาขึ้น (Surge Price)

นอกจากค่าโดยสารปกติแล้ว ทาง Uber ยังคิดค่าบริการพิเศษจากลูกค้าด้วยในบางกรณีที่มีความต้องการรถ Uber เป็นจำนวนมากพร้อมๆ กัน ตัวอย่างเช่น ในพื่นที่ที่มีการจราจรคับคั่ง รถติด หรือฝนตก ลูกค้าจำนวนมากก็จะเรียกรถ Uber เพื่อกลับบ้านพร้อมๆ กัน แอพพลิเคชั่น Uber ก็จะมีการแจ้งให้กับลูกค้าว่า ถ้าหากเรียกรถ Uber ขณะนี้ ลูกค้าจะต้องจ่ายค่าบริการพิเศษที่เรียกว่า ค่าปรับราคาขึ้น เป็นตัวคูณจากราคาปกติ อาจจะเป็น 1.5 เท่า หรือ 2.0 เท่า หรือมากน้อยแล้วแต่กรณี หากลูกค้ารับกับค่าบริการที่เพิ่มขึ้นได้ ก็จะเรียกใช้บริการ ซึ่งทางคนขับรถ Uber จะได้รับค่าโดยสารที่เพิ่มมากขึ้น (เพื่อความยุติธรรม) ในขณะเดียวกันก็จะมีลูกค้าจำนวน พอเห็นว่าค่าบริการแพงขึ้น ก็จะหันไปใช้เดินทางด้วยวิธีการอื่นหรือรถจนกระทั่งสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติแทน

3. โบนัสสำหรับคนขับรถ Uber

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า Uber มีโบนัสสำหรับคนขับด้วยหรือบางคนอาจจะเรียกว่าโปรโมชั่นสำหรับคนขับก็ได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่ทำให้การทำงานหารายได้กับด้วยการขับรถ Uber มีรายได้ดีขึ้น (หลายๆ คนก็หวังโบนัสตัวนี้แหละ) โดยมีลักษณะเป็นการกระตุ้นให้คนขับรถ Uber ออกมาขับทำรอบให้มาจำนวนครั้งมากขึ้น ยิ่งขับมากก็ได้มาก เช่น ขับได้เกิน 10 รอบใน 1 สัปดาห์ ก็จะมีโบนัสบวกเพิ่มรวมกับค่าโดยสารที่ได้รับ หรืออยู่ในรูปแบบของประกันรายได้ เช่น ประกันว่าหากคนขับรถ Uber ทำรายได้น้อยกว่าที่กำหนด ทางบริษัท Uber ก็จะจ่ายค่าส่วนต่างนั้นให้ เป็นต้น โบนัสนี้จะมีประกาศออกมาแตกต่างกันเป็นช่วงๆ อาจจะเป็นรายสัปดาห์ โดยยิ่งถ้ามีคนออกมาขับรถ Uber กันน้อย ในขณะที่ลูกค้าเรียกใช้บริการ Uber มาก โบนัสที่ออกมาจูงใจก็จะให้ผลตอบแทนที่ดี ในทางตรงกันข้ามหากลูกค้าเรียกรถ Uber น้อยลง แต่คนขับรถ Uber มาก โบนัสที่ออกมาก็จะให้ผลตอบแทนและดึงดูดใจคนขับน้อยลง

ค่าบริการรถ Uber แบบเหมาจ่าย

นี่เป็นบริการพิเศษที่ผู้โดยสารว่าจ้างรถ Uber แบบเหมาจ่ายเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายเฉพาะที่กำหนดไว้ ตัวอย่างค่าบริการพอจะสรุปได้ดังนี้

Uber X ค่าบริการรถ Uber แบบเหมาจ่ายเที่ยวเดียวไปสนามบิน 500 บาท โดยราคานี้ยังไม่รวมค่าทางด่วน ซึ่งผู้โดยสารต้องเป็นคนจ่าย ผู้ขับจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน

Uber Black ค่าบริการรถ Uber แบบเหมาจ่ายเที่ยวเดียวไปสนามบิน 1,000 บาท, เที่ยวเดียวไปชลบุรี 3,000 บาท, เที่ยวเดียวไปหัวหิน 4,500 บาท โดยราคานี้ยังไม่รวมค่าทางด่วน ซึ่งผู้โดยสารต้องเป็นคนจ่าย ผู้ขับจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน

หมายเหตุ ราคาค่าโดยสารที่ระบุข้างต้นนี้ เป็นราคาเพียงตัวอย่างเท่านั้น ปัจจุบันราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
เช่น เดินทางไปหรือรับจากสนามบิน เดินทางไปจังหวัดกระบี่ เดินทางไปจังหวัดพังงา เป็นต้น ซึ่งอัตราค่าบริการแบบเหมาจ่ายของ Uber เที่ยวละประมาณ 4,000 ถึง 5,000 บาท

สมัครขับรถ Uber แบบออนไลน์ได้ที่นี่ ทั้งสะดวกและรวดเร็วกว่าวิธีอื่นๆ เพียงกรอกชื่อ อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ และรหัสผ่านเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งาน Uber

การให้คะแนนดาวซึ่งกันและกันระหว่างผู้โดยสารกับคนขับ Uber

Uber มีระบบรักษามาตรฐานการให้บริการของตัวเอง ระบบที่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งก็คือ ระบบการให้คะแนนดาวผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อบ่งบอกความพึงพอใจต่อกันและกันของทั้งผู้โดยสารและคนขับ Uber ซึ่งถือเป็นการถ่วงดุลซึ่งกันและกันที่มีประสิทธิภาพอีกรูปแบบหนึ่ง คะแนนที่ให้มีตั้งแต่ระดับ 1 ดาว จนถึง 5 ดาว นอกจากนั้นยังมีกล่องข้อความให้พิมพ์บอกได้ว่ามีความคิดเห็นต่อการเดินทางอย่างไร

ในมุมของผู้โดยสารเมื่อใช้บริการเสร็จก็จะสามารถให้คะแนนดาวแก่คนขับ Uber เพื่อแสดงถึงประสบการณ์ที่ได้รับ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ความพึงพอใจ และอื่นๆ ตลอดการเดินทาง คะแนนโดยเฉลี่ยจะทำให้รู้ว่าคนขับ Uber คนนั้นให้บริการดีแค่ไหน เป็นประโยชน์ทั้งสำหรับผู้โดยสารคนต่อไป และเป็นประโยชน์กับทาง Uber ด้วย เพราะหากคะแนนต่ำมากๆ คนขับคนนั้นอาจจะถูก Uber ปิดกั้นออกจากระบบชั่วคราว หลังจากนั้นทาง Uber จะเข้ามาดำเนินการเพื่อหาสาเหตุและแก้ปัญหาต่อไป ในทางกลับกันคนขับ Uber เมื่อส่งถึงจุดหมายก็สามารถให้คะแนนดาวแก่ผู้โดยสารด้วยเช่นกัน เป็นถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ทำให้ได้ทราบถึงพฤติกรรมของผู้โดยสารในมุมมองของคนขับ เป็นการทำให้คนขับ Uber คนอื่นๆ ทราบถึงการใช้บริการของผู้โดยสารคนนั้นล่วงหน้าแล้ว ทาง Uber ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปพัฒนาการให้บริการให้ดียิ่งขึ้นด้วย